10 คำถามที่พบบ่อยกับการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา
ไวรัสโคโรนา (COVID-19) คือ โรคติดต่อซึ่งเกิดจากไวรัสโคโรนาชนิดที่มีการค้นพบล่าสุด ซึ่งไวรัสและโรคอุบัติใหม่นี้ไม่เป็นที่รู้จักเลยก่อนที่จะมีการระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ปี2019 และขณะนี้เชื้อไวรัสโคโรนามีการระบาดและแพร่กระจายไปยังหลายประเทศ ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มเข้มงวดกับการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสนี้มากขึ้น
หลายคนต้องเดินทางออกจากที่พัก ออกจากบ้าน เพื่อไปทำงานหรือเดินทางไปทำธุระ อาจจะหลีกเลี่ยงการไปในที่คนแออัดหรือสถานที่ปิดได้ยาก จึงต้องป้องกันตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อให้มากที่สุด
แต่ก็ยังเกิดคำถามขึ้นอีกว่า แล้วที่เราป้องกันตัวเองอยู่นี้เพียงพอแล้วหรือยัง หรือยังมีคำถามอื่น ๆ มากมายเกี่ยวกับเจ้าไวรัสตัวร้ายนี้ ในบทความนี้จึงรวมเอา 10 คำถามที่พบบ่อย มาตอบทุกข้อสงสัยให้กับทุกคน
ตอบ 10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา
-
เรามีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรนาได้จากอะไรบ้าง
เชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 แพร่กระจายผ่านคนที่มีอาการป่วยทั้งที่แสดงอาการแล้ว หรือติดเชื้อแล้วแต่ยังไม่แสดงอาการ โดยเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านทางละอองน้ำมูก น้ำลายจากจมูกหรือปากซึ่งออกมาเมื่อผู้ติดเชื้อ ไอ จามหรือพูด ละอองเหล่านี้ค่อนข้างหนัก ไปไม่ได้ไกล และจะตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว เรารับเชื้อโควิด-19 ได้จากการหายใจเอาละอองเข้าไปจากผู้ติดเชื้อ เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร
ละอองเหล่านี้ยังตกลงสู่วัตถุและพื้นผิวต่าง ๆ เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู ราวบันได และเมื่อคนเอามือไปจับพื้นผิวเหล่านั้นแล้วมาสัมผัสกับใบหน้า จมูก ตาหรือปาก ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อโควิด-19 ได้เช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอลเจลถูมือ
-
ออกนอกบ้านควรป้องกันตัวเองอย่างไร
ออกจากบ้านไปยังพื้นที่ที่มีคนแออัด หรือสถานที่ปิด ควรสวมหน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% หรือน้ำสบู่ ซึ่งตามจุดต่าง ๆ ในที่สาธารณะไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตึกทำงาน สถานีรถไฟฟ้า จะมีเจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ไว้ให้ใช้บริการ
เมื่อไปในที่สาธารณะและต้องสัมผัสกับ
- ราวจับบนรถโดยสารสาธารณะ
- ปุ่มกดลิฟต์
- ราวบันได
- ที่สแกนนิ้วมือ
- ประตูที่ต้องใช้การผลักหรือดึง
- วัตถุหรือพื้นผิวต่าง ๆที่ต้องใช้มือสัมผัส
ควรรีบล้างมือด้วยน้ำสบู่ หรือเจลล้างมือทันที และไม่ควรเอามือสัมผัสกับ ใบหน้า ปาก จมูก ตา ถ้ายังไม่ได้ล้างมือให้สะอาดก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัส
-
หน้ากากอนามัยที่ป้องกันไวรัสโคโรนาได้มีอะไรบ้าง
หน้ากากอนามัยที่ป้องกันเชื้อไวรัสได้ เป็นรูปแบบของหน้ากากสามชั้น ที่เป็นสีขาว สีฟ้า สีดำ และ N95 สำหรับแบบผ้านั้นไม่สามารถป้องกันได้ หน้ากากอนามัยควรทิ้งทันที ไม่ใช้ซ้ำ และไม่ควรเอามือไปสัมผัสขณะใส่อยู่
หน้ากากผ้า (ที่ไม่ใช่หน้ากากทางการแพทย์) มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในพื้นที่สาธารณะ แต่ขณะนี้หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของหน้ากากผ้ายังคงมีจำกัดและองค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้ใช้หน้ากากผ้าอย่างแพร่หลายเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่มีการระบาดแพร่หลายซี่งมีขีดความสามารถจำกัดในการใช้มาตรการควมคุมโรคโดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถรักษาระยะห่าง 1 เมตรได้ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ภาครัฐฯสนับสนุนให้ประชาชนสวมหน้ากากผ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อ
-
ห้องน้ำสาธารณะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคไหม
มีการตรวจสอบพบเชื้อไวรัสในอุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งจากกรณีของ SARS เคยมีการติดเชื้อจากการไปเข้าห้องน้ำสาธารณะในต่างประเทศ
ถ้าจำเป็นต้องเข้าใช้ห้องน้ำ ควรทำความสะอาดฝารองนั่งก่อนและเวลากดชักโครกให้ปิดฝาก่อนกด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองเชื้อโรค หลังจากเสร็จธุระควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่
อย่างไรก็ตามมีงานศึกษาวิจัยที่ระบุว่าอาจมีการพบไวรัสชนิดนี้ในอุจจาระได้ในบางกรณี แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านทางอุจจาระ นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่าไวรัสสามารถรอดชีวิตได้ในน้ำหรือท่อระบายน้ำ องค์การอนามัยโลกกำลังทำการศึกษาวิจัยเรื่องการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 และจะนำมาเผยแพร่ข้อค้นพบในลำดับต่อไป
-
ทำความสะอาดที่พักและของใช้
การอาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่กันหลายคน ควรทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นของส่วนรวมทั้ง ลูกบิดประตู ราวบันได้ โต๊ะอาหาร เครื่องครัว ด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกวัน
หรืออุปกรณ์ติดตัวที่ต้องพกออกไปนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กระเป๋า เครื่องประดับ ก็ควรนำมาเช็ดทำความสะอาดทุกวันด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
-
เพิ่งเดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงควรทำอย่างไร
ให้ทำ Self Quarantine หรือการกักตัวอยู่ในบ้านตามมาตรฐานการควบคุมโรค โดยให้อยู่แต่ในบ้านไม่เดินทางออกไปไหนเป็นเวลา 14 วัน ไม่คลุกคลีกับคนอื่น และงดใช้สิ่งของร่วมกันคนในบ้าน จุดประสงค์คือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในช่วงเวลาที่คนเริ่มมีอาการเบื้องต้น
-
มีเพื่อนหรือคนรู้จักเพิ่งกลับมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง
มีเพื่อนสนิท หรือมีญาติเพิ่งเดินทางไปเที่ยวประเทศที่มีความเสี่ยง ทางที่ดีอย่าเพิ่งไปพบปะจะดีกว่า รอให้พวกเขาเฝ้าระวังอาการที่บ้านครบ 2 สัปดาห์จนแน่ใจก่อนว่าพวกเขาไม่มีอาการป่วยใด ๆ แสดงออกมา จึงสามารถไปพบได้
-
สั่งพัสดุมาจากจีนหรือประเทศที่มีความเสี่ยง มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรนาไหม
ด้วยข้อจำกัดการศึกษาเชื้อ COVID-19 ทำให้ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ว่าแพร่กระจายได้หรือไม่ แต่มีข้อมูลทางวิชาการของเชื้อไวรัสโคโรนาในสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน พบว่าเชื้อโคโรโรนานั้นมีชีวิตบนผิวสัมผัสได้ไม่ดี ทำให้มีความเสี่ยงน้อยมากที่ไวรัสโคโรนาจะแพร่กระจายผ่านหีบห่อหรือสิ่งของ และยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่มาจากการขนส่งสินค้า
-
ทำอย่างไรเมื่อมีอาการป่วย
เมื่อมีอาการป่วยแต่ยังไม่รู้ว่าเกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ ให้สังเกตอาการดังนี้
- มีไข้
- ไอ
- มีน้ำมูก
- เหนื่อยหอบ
- หายใจถี่ หายใจลำบาก
และเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงมาแล้ว 14 วันก่อนมีอาการ หรือสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่เดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงหรือไม่ ถ้ามีประวัติดังกล่าวควรไปพบแพทย์ทันทีและไม่ควรปกปิดข้อมูลหรือประวัติการเดินทาง
แต่ถ้าไม่มีประวัติดังกล่าวหรือแสดงอาการไม่ตรงทั้งหมด ก็อาจเกิดจากเชื้อไข้หวัดอื่น ๆ ควรพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เมื่อพบว่าอาการไม่ดีขึ้นจึงไปพบแพทย์
-
จะช่วยลดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างไร
เริ่มต้นที่การรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อสังคม เช่น ถ้าเกิดว่าเราซื้อตั๋วไปเที่ยวต่างประเทศซึ่งอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงแล้ว ก็ต้องมาพิจารณาดูว่าเราควรเดินทางไปหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเลื่อนเวลาเดินทางออกไปหรือยกเลิกการเดินทางไปก่อนจะดีที่สุด เพราะจะทำให้โอกาสการรับเชื้อใหม่เข้ามาในประเทศลดลง และจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น
รู้จักป้องกันไว้ก่อน เพื่อลดการแพร่ระบาด
เชื้อไวรัสโคโรนาอย่างที่เรารู้กันในตอนนี้คือยังไม่มียารักษาที่เห็นผลชัดเจน ทางแพทย์ก็จะรักษาตามอาการที่แสดงออกมาเท่านั้น เชื้อไวรัสโคโรนาถือเป็นโรคระบาดที่แพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็วจากการสัมผัสผ่านละอองน้ำลายหรือน้ำมูก ดังนั่นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือและป้องกันตัวเอง ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านทุกครั้งและก็อย่าลืมทำประกันฯป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาไว้ด้วย หมดกังวลแม้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ประกันติดโล่ห่วงใยสุขภาพของคนไทยทุกคน